วันที่ 1 มกราคม 2026 กฎระเบียบ CBAM (Carbon Border Adjustment Mechanism) ของสหภาพยุโรปเปลี่ยนจาก “ช่วงทดลองรายงาน” เข้าสู่ Definitive Regime หรือระบบบังคับใช้จริงเต็มรูปแบบ — ผู้นำเข้าใน EU ต้องขออนุญาต (Authorised CBAM Declarant) ต้องรายงานการปล่อยคาร์บอนที่ฝังอยู่ในสินค้า (Embedded Emissions) และต้องซื้อ CBAM Certificates มาส่งคืนตามปริมาณการปล่อยจริง สำหรับผู้ส่งออกไทยที่ขายเหล็ก อะลูมิเนียม ปูนซีเมนต์ ปุ๋ย ไฮโดรเจน หรือไฟฟ้าเข้า EU นี่ไม่ใช่ข่าวไกลตัวอีกต่อไป เพราะลูกค้า EU ของคุณจะเป็นฝ่ายมาทวงข้อมูลการปล่อยคาร์บอนระดับโรงงานจากคุณภายในปีนี้
บทความนี้เรียบเรียงเป็นเช็กลิสต์ 6 ขั้นตอนสำหรับโรงงานไทยที่ส่งออกกลุ่มสินค้า CBAM โดยอ้างอิงข้อมูลจากหน้าเว็บทางการของคณะกรรมาธิการยุโรป (DG TAXUD) และกฎระเบียบอ้างอิง Regulation (EU) 2023/956 พร้อมการแก้ไขล่าสุดผ่าน Omnibus Amendment (Regulation (EU) 2025/2083)

เช็กลิสต์ 6 ขั้นตอนเตรียมรับมือ CBAM ปี 2026
ขั้นที่ 1 — ยืนยันว่าสินค้าของคุณอยู่ในขอบเขต CBAM หรือไม่
CBAM ครอบคลุมสินค้า 6 กลุ่มหลักที่ EU ระบุว่าเป็น Carbon-Intensive: ปูนซีเมนต์ เหล็กและเหล็กกล้า อะลูมิเนียม ปุ๋ย ไฟฟ้า และไฮโดรเจน รวมถึงผลิตภัณฑ์ดาวน์สตรีมบางประเภทของกลุ่มเหล็กและอะลูมิเนียม เช่น สกรู เสาเข็ม แผ่นฉนวน เช็กโค้ดสินค้า (CN Code) ใน Annex I ของ Regulation (EU) 2023/956 ให้ชัดเจนก่อนดำเนินการอื่น เพราะถ้าสินค้าไม่อยู่ในลิสต์ คุณไม่มีภาระผูกพันโดยตรง แต่ควรเฝ้าระวังการขยายขอบเขตในอนาคต
ขั้นที่ 2 — ทำความเข้าใจภาระผูกพันของคู่ค้า EU ของคุณ
ข้อสำคัญที่หลายโรงงานเข้าใจผิด: ผู้รับภาระทางกฎหมายคือ ผู้นำเข้าใน EU ไม่ใช่ผู้ส่งออกไทย แต่ผู้นำเข้าเหล่านั้นจำเป็นต้องได้ข้อมูล Embedded Emissions ที่ถูกต้องจากคุณเพื่อรายงานและคำนวณจำนวน Certificate ที่ต้องซื้อ ในทางปฏิบัติ ความเสี่ยงจึงถูกส่งต่อมาเป็น “แบบสอบถามข้อมูลคาร์บอน” จากลูกค้า EU โรงงานที่ตอบข้อมูลไม่ได้หรือตอบช้า จะเสียเปรียบการแข่งขันเงียบๆ เพราะลูกค้าจะย้ายไปหาซัพพลายเออร์ที่ข้อมูลพร้อมกว่า
ขั้นที่ 3 — ตั้งระบบวัดและเก็บข้อมูลการปล่อย (Installation-Level Data)
ข้อมูลที่ EU ต้องการไม่ใช่ค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรม แต่เป็นข้อมูลระดับสถานประกอบการ (Installation-Level) แยกเป็น Direct Emissions จากกระบวนการผลิต และค่าที่ผ่านการตรวจสอบโดยหน่วยตรวจสอบที่ได้รับการรับรอง ระเบียบวิธีคำนวณฉบับล่าสุดอ้างอิง Implementing Regulation (EU) 2025/2547 ซึ่งกำหนดสูตรแบบ Production-Based ครอบคลุมทั้งการปล่อยทางตรงและทางอ้อม โรงงานที่ยังไม่มี Metering จริงควรเร่งติดตั้งมิเตอร์พลังงานแยก Zone และระบบเก็บ Log ข้อมูลการผลิต เพราะข้อมูลย้อนหลังจะถูกขอต่อเนื่องทุกปี
ขั้นที่ 4 — จัดการเรื่อง Verification ก่อนถูกบังคับ
ภายใต้ Definitive Regime รายงาน Annual Emissions ของผู้นำเข้าต้องผ่านการตรวจสอบโดย Verifier ที่ได้รับการรับรองตามกรอบ EU ดังนั้นข้อมูลที่คุณส่งให้ลูกค้าต้อง “ตรวจย้อนได้” (Auditable) — มีเอกสารแหล่งที่มาชัดเจน ทั้งใบสั่งซื้อพลังงาน ใบชั่งวัตถุดิบ Log การผลิต และปัจจัยการปล่อย (Emission Factors) ที่อ้างอิงได้ โรงงานที่เตรียม Documentation พร้อมล่วงหน้าจะผ่าน Verification ได้เร็วกว่าและลดภาระงานที่ปรึกษาที่ต้องมาไล่เก็บข้อมูลทีหลัง
| ประเด็น | ช่วงเปลี่ยนผ่าน (2023-2025) | Definitive Regime (2026 เป็นต้นไป) |
|---|---|---|
| ภาระรายงาน | รายงานรายไตรมาส (เชิงสถิติ) | Declaration ประจำปี + ภาระส่งคืน Certificate |
| การซื้อ Certificate | ยังไม่ต้องซื้อ | ต้องซื้อตาม Embedded Emissions รายไตรมาส (ถือครบ 50% ของยอดสะสม) |
| การส่งคืน Certificate | ไม่มี | ส่งคืนประจำปี ภายในวันที่ 30 กันยายน ของปีถัดไป |
| สถานะผู้นำเข้า | ไม่ต้องขออนุญาต | ต้องเป็น Authorised CBAM Declarant ใน CBAM Registry |
| ระเบียบวิธีคำนวณ | แนวทางช่วงเปลี่ยนผ่าน | Implementing Regulation (EU) 2025/2547 |
ขั้นที่ 5 — ตีความกติกา Omnibus ให้ถูกต้อง
การแก้ไขล่าสุดผ่าน Omnibus Package มีจุดที่โรงงานไทยควรรู้: มีการทบทวนเกณฑ์เกี่ยวกับการยกเว้นสำหรับผู้นำเข้ารายย่อย (De Minimis) ซึ่งปัจจุบันยกเว้นการนำเข้ามูลค่าต่อรายการไม่เกิน 150 ยูโร และมีการลดภาระเอกสารสำหรับ SME อย่างไรก็ตาม อย่านำข้อยกเว้นนี้มาเป็นข้ออ้างไม่เตรียมข้อมูล เพราะลูกค้า EU รายใหญ่ของคุณไม่ได้อยู่ในเกณฑ์ยกเว้น และแนวโน้มระยะยาวคือขอบเขต CBAM จะขยายเพิ่มเติมตามการเลิกค่อยๆ จ่าย Free Allowance ภายในปี 2034
ขั้นที่ 6 — วางแผนลดคาร์บอนระยะยาวด้วยข้อมูล IIoT
หัวใจของการอยู่รอดภายใต้ CBAM ไม่ใช่การรายงานให้ผ่าน แต่คือการลด Embedded Emissions จริง เพราะคาร์บอนที่ลดได้เท่ากับ Certificate ที่ลูกค้าไม่ต้องซื้อ — แปลเป็นความได้เปรียบด้านราคาแข่งขันโดยตรง ทีมงาน Honey Corporation มีประสบการณ์ติดตั้งระบบ IoT Monitoring พลังงานและระบบติดตามการปล่อยคาร์บอนสำหรับโรงงานอุตสาหกรรม เช่น งานติดตั้งระบบ IoT ติดตามพลังงานในโรงงานอาหารและห้องเย็น ที่ช่วยให้ทีมงานเห็นจุดสูญเสียพลังงานเป็นรายเครื่องจักรและรายไลน์ผลิต ข้อมูลระดับนี้แหล่ะที่จะกลายเป็นฐานของรายงานคาร์บอนที่ตรวจย้อนได้ภายใต้ CBAM

Key Takeaways
- CBAM บังคับใช้จริงแล้วตั้งแต่ 1 ม.ค. 2026: จากช่วงรายงานอย่างเดียว สู่การซื้อและส่งคืน CBAM Certificates ตาม Embedded Emissions จริง
- ผู้รับภาระคือผู้นำเข้า EU แต่ผู้ให้ข้อมูลคือคุณ: ลูกค้า EU จะทวงข้อมูลคาร์บอนระดับโรงงานจากซัพพลายเออร์ไทยเป็นระยะ
- ข้อมูลต้อง Auditable: รายงานต้องผ่าน Verifier ที่รับรองโดย EU ทุกฉบับ — เอกสารต้นทางที่จัดระเบียบไว้ดีคือเกราะป้องกันของคุณ
- สินค้า 6 กลุ่มหลักคือเป้าแรก: ปูนซีเมนต์ เหล็ก อะลูมิเนียม ปุ๋ย ไฟฟ้า ไฮโดรเจน รวมถึงดาวน์สตรีมบางรายการ — เช็ก CN Code ให้ชัด
- ลดคาร์บอนจริงคือกลยุทธ์ระยะยาว: คาร์บอนที่ลดได้เท่ากับต้นทุน Certificate ที่ลูกค้าไม่ต้องจ่าย ทำให้คุณแข่งขันได้ดีขึ้นโดยตรง
Honey Corporation พร้อมให้คำปรึกษา
ทีมงานของเรามีความเชี่ยวชาญด้านระบบ IoT Monitoring พลังงานและการติดตามการปล่อยคาร์บอนสำหรับโรงงานอุตสาหกรรม พร้อมออกแบบและติดตั้งระบบให้เหมาะกับธุรกิจของคุณ
โทร: 09-23242995 | อีเมล: support@honey.co.th
เว็บไซต์: www.honey.co.th
