ตลาด SCADA ทั่วโลกกำลังเข้าสู่ช่วงเร่งตัว — รายงานฉบับล่าสุดจาก MarketsandMarkets (ตีพิมพ์กันยายน 2026) คาดการณ์ว่ามูลค่าตลาดระบบควบคุมและเฝ้าระวังแบบรวมศูนย์จะเติบโตจาก 13.94 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2026 สู่ 24.69 พันล้านดอลลาร์ในปี 2032 ด้วยอัตราเติบโตเฉลี่ยต่อปี (CAGR) 10.0% ตัวเลขนี้ไม่ได้แค่บอกว่า “มีคนซื้อ SCADA มากขึ้น” แต่สะท้อนการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างว่าระบบ SCADA กำลังถูกมองใหม่จาก “ห้องควบคุมของฝ่ายวิศวกรรม” ไปเป็น “แพลตฟอร์มข้อมูลกลางของทั้งองค์กร”

ทีมงาน Honey Corporation ติดตั้งระบบ SCADA และระบบเฝ้าระวังในโรงงานอุตสาหกรรมมากว่าหลายโครงการ และสิ่งที่เราเห็นชัดในรอบ 2-3 ปีคือ ลูกค้าไม่ได้ถามแค่ “จอภาพเก็บค่าจาก PLC ได้กี่จุด” อีกต่อไป แต่ถามว่า “ข้อมูลจาก SCADA จะเชื่อมไปยังระบบ MES, ERP และ Dashboard ผู้บริหารได้อย่างไร” — คำถามที่เปลี่ยนไปนี้แหละคือแรงขับเคลื่อนตัวจริงของตลาด 10.0% ที่รายงานบอก

อ่านตัวเลขให้ขาด: SCADA 10.0% หมายความว่าอย่างไร

เราลองแยกแยะว่า CAGR 10.0% ในช่วง 2026-2032 มาจากไหน โดยเทียบกับรายงานย่อยที่เกี่ยวข้องจากสำนักเดียวกัน:

ตลาด ปีฐาน → ปีเป้า ขนาดตลาด CAGR สิ่งที่บอกเรา
SCADA โดยรวม 2026 → 2032 USD 13.94B → 24.69B 10.0% โครงสร้างพื้นฐาน + ซอฟต์แวร์โตพร้อมกันทั้งไลน์
SCADA in BIM (อาคาร) → 2032 USD 16.60B 21.5% อาคารอัจฉริยะ + Digital Twin ดันส่วนผสม BIM
Power SCADA (ไฟฟ้า) → 2028 USD 2.9B 7.1% กลุ่มพลังงานเติบโตสม่ำเสมอ ไม่ใช่ตัวขับหลัก

ที่มา: MarketsandMarkets, SCADA Market Global Forecast to 2032 (ก.ย. 2026); Power SCADA Market (2024); SCADA in Building Information Modeling Market

ผู้ปฏิบัติงานหน้าระบบ SCADA ในห้องควบคุม
ห้องควบคุม SCADA — จุดที่ข้อมูลจากสนามจริงถูกรวบรวมก่อนส่งต่อไปยังระบบบริหารจัดการระดับบน (ที่มา: U.S. Navy, Public Domain)

ข้อสังเกตที่สำคัญคือ ส่วนต่างระหว่าง 10.0% กับ 21.5% — ตลาด SCADA ดั้งเดิมในโรงงานและสถานีไฟฟ้าโตแบบมีเสถียรภาพ แต่ส่วนที่โตแรงจริงคือการนำ SCADA ไปผสานกับแบบจำลองสามมิติของอาคาร (BIM) และ Digital Twin ซึ่งเป็นการยืดอายุของ SCADA ให้ไปอยู่ในงานที่เดิมไม่เคยใช้ เช่น การบริหารพลังงานอาคาร การเฝ้าระวังสิ่งอำนวยความสะดวก และการบำรุงรักษาเชิงคาดการณ์

3 แรงขับเคลื่อนที่ทำให้ตัวเลขเป็นจริง

1. ข้อมูลเชิงปฏิบัติการกลายเป็นสินทรัพย์ระดับบริหาร

เมื่อต้นทุนพลังงานและความต้องการคำนวณคาร์บอนฟุตพริ้นท์เพิ่มขึ้น ผู้บริหารต้องการตัวเลขจากสนามจริง ไม่ใช่ค่าประมาณจาก Excel ระบบ SCADA ยุคใหม่จึงต้องเปิด API ให้ดึงข้อมูลไปใช้ต่อได้ แทนที่จะเก็บข้อมูลไว้ในระบบปิดแบบเดิม

2. โครงสร้างพื้นฐานสาธารณูปโภคบำรุงของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

การลงทุนโครงข่ายไฟฟ้า ประปา และระบบขนส่งมวลชนในภูมิภาคนี้ต่อเนื่อง ซึ่งเป็นฐานลูกค้าดั้งเดิมของ SCADA รูปแบบ RTU หลายพันจุดวัด — งานที่ Honey Corporation เองก็มีส่วนร่วมผ่านโครงการติดตั้งระบบเฝ้าระวังทั้งในภาคอุตสาหกรรมและโครงสร้างพื้นฐานของไทย

3. การย้ายขึ้นคลาวด์ที่ “ไม่ใช่ All-in”

แนวโน้มปี 2026 ไม่ใช่การย้าย SCADA ทั้งระบบขึ้นคลาวด์ แต่เป็นสถาปัตยกรรมแบบผสม: ส่วนควบคุมเรียลไทม์ยังอยู่ที่ห้องควบคุม ส่วน Historian, Dashboard และ Analytics ย้ายขึ้นคลาวด์หรือ Edge Server ใกล้สนาม — ลดภาระลิขสิทธิ์และเพิ่มความยืดหยุ่นในการขยายระบบ

ห้องควบคุมโรงไฟฟ้า
ห้องควบคุมโรงไฟฟ้า — SCADA ยังคงเป็นแกนกลางของงานยูทิลิตี้ แต่ถูกขยายบทบาทด้วยข้อมูลและการวิเคราะห์ (ที่มา: Foto Roos, CC BY 4.0)

สิ่งที่โรงงานไทยควรทำกับข้อมูลนี้

  • เช็กอายุระบบ: SCADA ที่ติดตั้งก่อนปี 2015 ส่วนใหญ่เชื่อมต่อแบบ Vendor-lock และไม่มี API — ถ้าอยู่ในกลุ่มนี้ ให้วางแผน Migration เป็นเฟส ๆ ไม่ต้องรื้อทั้งหมด
  • แยกชั้นข้อมูลออกจากชั้นควบคุม: อย่าผูก Dashboard ผู้บริหารไว้กับเซิร์ฟเวอร์ SCADA เดียวกับที่ใช้ควบคุมกระบวนการผลิต การแยกชั้นตามโมเดล ISA-95 ช่วยทั้งเรื่องความปลอดภัยและความยืดหยุ่น
  • ทยอยเพิ่มจุดวัดที่สร้างมูลค่าก่อน: เริ่มจากพลังงาน (kWh, kW demand) และเครื่องจักรวิกฤต เพราะข้อมูลกลุ่มนี้ใช้ทำแผนลดต้นทุนได้ทันที ไม่ต้องรอโครงการใหญ่
  • เตรียมมาตรฐานโปรโตคอล: ระบบใหม่ควรรองรับ OPC UA และ MQTT ตั้งแต่วันแรก เพื่อไม่ให้ติดตั้งแล้วอีก 5 ปีกลายเป็นเกาะข้อมูลใหม่

Key Takeaways

  1. ตลาด SCADA โลกโตจาก USD 13.94B (2026) เป็น USD 24.69B (2032) ที่ CAGR 10.0% — การเติบโตเป็นโครงสร้าง ไม่ใช่กระแสชั่วคราว
  2. ส่วนที่โตเร็วที่สุดคือการผสาน SCADA เข้ากับ BIM/Digital Twin (CAGR 21.5% ถึงปี 2032) สะท้อนว่าอนาคตของ SCADA อยู่ที่ “ข้อมูล” ไม่ใช่ “จอ”
  3. กลุ่มพลังงานและยูทิลิตี้ยังเป็นฐานหลัก แต่แรงหนุนใหม่มาจากอาคารอัจฉริยะและการบริหารพลังงาน
  4. สถาปัตยกรรมยอดนิยมคือแบบผสม: ควบคุมเรียลไทม์ที่ห้องควบคุม + วิเคราะห์ข้อมูลบนคลาวด์/Edge
  5. โรงงานไทยควรเริ่มจากการเปิด API ของระบบเดิมและแยกชั้นข้อมูลออกจากชั้นควบคุม ก่อนคุยเรื่องการลงทุนเพิ่ม
  6. มาตรฐาน OPC UA และ MQTT คือเงื่อนไขขั้นต่ำของระบบ SCADA ยุคใหม่ ไม่ใช่ Option

Honey Corporation พร้อมให้คำปรึกษา

ทีมงานของเรามีความเชี่ยวชาญด้านระบบ SCADA และระบบเฝ้าระวังสำหรับโรงงานอุตสาหกรรม พร้อมออกแบบและติดตั้งระบบให้เหมาะกับธุรกิจของคุณ ทั้งการเชื่อมต่อข้อมูลเข้ากับ Dashboard ผู้บริหาร และการวางสถาปัตยกรรมแบบผสม Edge-to-Cloud

📞 โทร: 09-23242995 | อีเมล: support@honey.co.th
เว็บไซต์: www.honey.co.th