OPC UA (OPC Unified Architecture): มาตรฐานเปิดที่ทำให้อุปกรณ์ทุกตัวในโรงงานพูดภาษาเดียวกัน

OPC UA (OPC Unified Architecture): มาตรฐานเปิดที่ทำให้อุปกรณ์ทุกตัวในโรงงานพูดภาษาเดียวกัน

Article
ในโรงงานอุตสาหกรรมยุคใหม่ อุปกรณ์ควบคุม พีแอลซี (PLC) เซ็นเซอร์ และระบบ SCADA มักผลิตโดยผู้ผลิตต่างกัน แต่ละระบบใช้โปรโตคอลสื่อสารเป็นของตัวเอง เช่น Modbus, EtherNet/IP, หรือ Profinet ผลคือข้อมูลติดอยู่ใน "เกาะข้อมูล" (Data Silo) ที่แยกจากกัน ทำให้การรวบรวมข้อมูลเพื่อวิเคราะห์หรือเชื่อมต่อสู่ระบบระดับสูง เช่น MES หรือ ERP เป็นเรื่องยากและสิ้นเปลือง OPC UA (OPC Unified Architecture) ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหานี้โดยตรง โดยเป็นมาตรฐานเปิดที่ทำให้อุปกรณ์ทุกตัวในโรงงาน "พูดภาษาเดียวกัน" ได้อย่างปลอดภัยและเป็นอิสระจากแพลตฟอร์ม จาก OPC Classic สู่ OPC UA: ทำไมต้องเปลี่ยน? OPC รุ่นแรก (OPC Classic) พัฒนาในปี 1996 อ้างอิงเทคโนโลยี COM/DCOM ของ Windows ทำงานได้เฉพาะบนระบบปฏิบัติการ Windows เท่านั้น มีปัญหาด้านความปลอดภัย เนื่องจากอ้างอิงพอร์ต DCOM ที่เปิดกว้าง และมีปัญหาเรื่อง Firewall Traversal เมื่อส่งข้อมูลข้ามเครือข่าย รวมถึงการกำหนดค่าที่ซับซ้อน OPC UA ที่เริ่มพัฒนาในปี 2008 ออกแบบใหม่ทั้งหมดโดยมีเป้าหมายหลักคือ Platform-Independent (ทำงานบน Windows, Linux, แม้แต่ไมโครคอนโทรลเลอร์ขนาดเล็ก), Service-Oriented Architecture (SOA) และ Built-in Security โดยฝังการเข้ารหัสและการยืนยันตัวตนมาเป็นมาตรฐานตั้งแต่ต้น ไม่ใช่สิ่งที่ต้องเพิ่มทีหลัง หัวใจของ OPC UA: Information Model สิ่งที่ทำให้ OPC UA แตกต่างจากโปรโตคอลสื่อสารทั่วไปคือ Information Model — ไม่ได้ส่งเฉพาะ "ค่า" (value) ของข้อมูลเหมือน Modbus แต่ส่ง ความหมาย (semantic) ของข้อมูลไปด้วย ตัวอย่างเช่น แทนที่จะส่งเพียงตัวเลข 75.3 ที่ไม่รู้ว่าคืออะไร OPC UA จะส่งพร้อมบริบทว่าเป็น "อุณหภูมิที่ตำแหน่ง Reactor-01" หน่วยเป็น "องศาเซลเซียส" ช่วงค่าที่ถูกต้อง 0–150°C และ timestamp ที่แม่นยำ Information Model นี้สร้างเป็นโครงสร้าง Address Space แบบลำดับชั้น (hierarchical) ที่ผู้ใช้สามารถเรียกดู (browse) ได้เหมือนระบบไฟล์ ทำให้แอปพลิเคชันฝั่งผู้รับสามารถเข้าใจโครงสร้างข้อมูลโดยอัตโนมัติ โดยไม่ต้อง…
Read More

Soft PLC และ Virtual PLC: เมื่อซอฟต์แวร์มาแทนที่ฮาร์ดแวร์ควบคุมในโรงงานอัจฉริยะ

Article
Soft PLC และ Virtual PLC คืออะไร? เทคโนโลยีที่กำลังเปลี่ยนวิธีควบคุมโรงงานอุตสาหกรรม ในยุค Industry 4.0 ที่โรงงานอุตสาหกรรมกำลังเปลี่ยนผ่านสู่ Smart Factory หนึ่งในเทคโนโลยีที่กำลังได้รับความนิยมอย่างมากคือ Soft PLC หรือ Virtual PLC — แนวคิดที่ถอดซอฟต์แวร์ PLC ออกจากฮาร์ดแวร์ แล้วมารันบนเซิร์ฟเวอร์หรือ Edge Computer แทน บทความนี้จะพาไปเจาะลึกว่าทำไมโลกอุตสาหกรรมจึงหันมาสนใจเทคโนโลยีนี้ Traditional PLC vs Soft PLC: ต่างกันอย่างไร? Traditional PLC คือคอมพิวเตอร์อุตสาหกรรมแบบ dedicated hardware ที่ออกแบบมาเพื่อควบคุมเครื่องจักรโดยเฉพาะ มี I/O module ติดตั้งบน rack และรันโปรแกรมควบคุมบน firmware ของผู้ผลิต ตัวอย่างเช่น PLC ยี่ห้อดังที่ใช้กันทั่วไปในโรงงาน ในขณะที่ Soft PLC คือซอฟต์แวร์ที่จำลองพฤติกรรมของ PLC บนระบบปฏิบัติการมาตรฐาน เช่น Windows, Linux หรือ Real-Time OS (RTOS) โดยไม่ต้องพึ่งพาฮาร์ดแวร์เฉพาะของผู้ผลิตใด เกณฑ์เปรียบเทียบ Traditional PLC Soft PLC / Virtual PLC ฮาร์ดแวร์ Dedicated hardware จากผู้ผลิต รันบน Industrial PC, Edge Server, Cloud ความยืดหยุ่น จำกัดตามรุ่นที่เลือก ยากต่อการขยาย ปรับขนาดได้ง่าย เพิ่ม instance ได้ทันที ต้นทุน ลงทุนสูงตั้งแต่ต้น (Hardware + License) ลดต้นทุนฮาร์ดแวร์ จ่ายตามการใช้งาน การเชื่อมต่อ I/O Module ผ่าน backplane bus Fieldbus, EtherNet/IP, OPC UA, MQTT Real-Time Performance การันตีโดยฮาร์ดแวร์ (≤1 ms scan time) ขึ้นกับ OS และ hardware (≤5-10 ms บน RTOS) Vendor Lock-in สูง — ผูกกับผู้ผลิตรายเดียว ต่ำ —…
Read More
Industrial Router และ Edge Gateway: โครงสร้างเครือข่ายที่เชื่อมโยง Smart Factory ยุคใหม่

Industrial Router และ Edge Gateway: โครงสร้างเครือข่ายที่เชื่อมโยง Smart Factory ยุคใหม่

Article
📊 Market Insight 2026: ตลาด Industrial Router ทั่วโลกมีมูลค่ากว่า 3 พันล้านเหรียญสหรัฐ และคาดว่าจะเติบโตต่อเนื่องถึงปี 2031 ขับเคลื่อนด้วยความต้องการ Operational Efficiency และ Data-Driven Decision Making ในโรงงานอุตสาหกรรม Industrial Router คืออะไร? ทำไมโรงงานต้องใช้ Industrial Router หรือ Industrial Gateway คืออุปกรณ์เครือข่ายที่ออกแบบมาสำหรับสภาพแวดล้อมอุตสาหกรรมโดยเฉพาะ ทำหน้าที่เชื่อมต่ออุปกรณ์ IoT, PLC, Sensor และเครื่องจักรต่างๆ ภายในโรงงานเข้ากับระบบ IT และ Cloud Platform ต่างจาก Router ทั่วไปตรงที่ Industrial Router ต้องทนสภาพแวดล้อมที่รุนแรง เช่น อุณหภูมิสูง (-40°C ถึง +75°C), ความสั่นสะเทือน, ฝุ่น, ความชื้น และสัญญาณรบกวนทางแม่เหล็กไฟฟ้า (EMI) ที่พบได้ทั่วไปในโรงงานอุตสาหกรรม Industrial Router vs Consumer Router คุณสมบัติ Consumer Router Industrial Router Operating Temp 0°C ถึง 40°C -40°C ถึง +75°C MTBF ~50,000 ชั่วโมง 200,000+ ชั่วโมง Power Input AC 220V เท่านั้น DC 12-48V, Redundant Power DIN Rail Mount ไม่รองรับ รองรับ ✓ Protocol Support TCP/IP, WiFi Modbus, OPC UA, MQTT, Profinet, EtherCAT VPN / Security พื้นฐาน IPSec, WireGuard, Firewall, IEC 62443 Cellular (4G/5G) บางรุ่น Built-in 4G LTE / 5G, Dual SIM ประเภทของ Industrial Router / Gateway 1.…
Read More
Web-Based HMI vs Traditional HMI: ไหนเหมาะกับโรงงานอุตสาหกรรมยุค Industry 4.0

Web-Based HMI vs Traditional HMI: ไหนเหมาะกับโรงงานอุตสาหกรรมยุค Industry 4.0

Article
ในยุค Industry 4.0 ที่โรงงานอุตสาหกรรมกำลังเปลี่ยนผ่านสู่ Smart Factory Human-Machine Interface (HMI) หรือหน้าจอควบคุมเครื่องจักร ถือเป็นจุดเชื่อมต่อสำคัญระหว่างพนักงานกับระบบอัตโนมัติ ในอดีต HMI แบบดั้งเดิม (Traditional HMI) คือหน้าจอสัมผัสติดตั้งบนแผงควบคุม (Panel) แต่ปัจจุบัน Web-Based HMI กำลังเข้ามาเปลี่ยนรูปแบบการทำงานอย่างมาก Traditional HMI คืออะไร? Traditional HMI หรือ HMI แบบดั้งเดิม คือระบบหน้าจอสัมผัสหรือ Touch Panel ที่ติดตั้งอยู่บนแผงควบคุมหน้าเครื่องจักรโดยตรง ทำงานร่วมกับ PLC ผ่านโปรโตคอลอุตสาหกรรม เช่น Modbus TCP, Profinet, หรือ Ethernet/IP ซอฟต์แวร์ HMI ที่นิยมใช้จะรันบนระบบปฏิบัติการเฉพาะ (Proprietary OS) หรือ Windows Embedded ข้อดีหลัก: ตอบสนอง Real-Time ดีเยี่ยม หน่วงเวลาต่ำ (< 10 ms) เชื่อมต่อกับ PLC ได้โดยตรง ทำงานได้แม้เครือข่ายขัดข้อง เพราะสื่อสารผ่านสาย Cable โดยตรง ข้อจำกัด: ไม่สามารถเข้าถึงได้จากที่อื่น ต้องยืนหน้าเครื่องจึงจะควบคุมได้ การอัพเดท Software ต้องทำที่เครื่อง ซื้อ-ขายเป็นระบบปิด (Vendor Lock-in) และ Scalability จำกัด Web-Based HMI คืออะไร? Web-Based HMI ใช้เทคโนโลยี Web มาตรฐาน (HTML5, CSS, JavaScript) ทำงานบน Web Browser ทั้ง Chrome, Firefox, Safari หรือ Edge ผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงหน้าจอควบคุมผ่าน Tablet, Smartphone หรือ Computer ได้จากทุกที่ที่มีเครือข่าย โดยข้อมูลจะส่งผ่าน OPC UA, MQTT, หรือ REST API ข้อดีหลัก: เข้าถึงได้จากทุกอุปกรณ์ (Cross-Platform) ไม่ต้องติดตั้ง Software เพิ่มเติม Remote Monitoring & Control สะดวก อัพเดทผ่าน Server กลางได้ และผสานกับระบบ Cloud และ Edge Computing…
Read More
ERP-MES-SCADA Integration: ผสาน 3 ระบบหลักของ Smart Factory ให้ข้อมูลไหลไร้รอยต่อตาม ISA-95

ERP-MES-SCADA Integration: ผสาน 3 ระบบหลักของ Smart Factory ให้ข้อมูลไหลไร้รอยต่อตาม ISA-95

Article
ERP-MES-SCADA Integration: ผสาน 3 ระบบหลักให้เป็นหนึ่งเดียวใน Smart Factory โรงงานอัจฉริยะสมัยใหม่ต้องการการไหลของข้อมูลที่ ไร้รอยต่อ จากชั้น Business Planning ลงไปจนถึงชั้น Shop Floor สามระบบหลักที่ต้องเชื่อมกันคือ ERP (Enterprise Resource Planning), MES (Manufacturing Execution System) และ SCADA (Supervisory Control and Data Acquisition) — เมื่อผสานสามระบบนี้เข้าด้วยกันอย่างถูกต้อง โรงงานจะสามารถตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของตลาดได้แบบ Real-time โครงสร้าง 3 ชั้นของ Smart Factory Layer ระบบ หน้าที่หลัก Data Granularity Level 4 — BusinessERPวางแผนผลิต, จัดซื้อ, บัญชี, คลังสินค้าDaily/Monthly Level 3 — OperationsMESจัดตารางผลิต, ติดตาม OEE, Genealogy, QualityMinute/Shift Level 1-2 — ControlSCADA/PLCควบคุมเครื่องจักร, อ่าน Sensor, Alarm, TrendMillisecond/Second Challenge ในการผสานระบบ ข้อมูลต่าง Granularity — ERP ทำงานระดับวัน/เดือน แต่ SCADA ทำงานระดับมิลลิวินาที จะ Aggregate อย่างไรให้ไม่สูญเสียความละเอียด? Protocol Mismatch — ERP ใช้ REST/SOAP API, MES ใช้ Message Queue, SCADA ใช้ OPC UA/Modbus — ต้องมี Middleware แปลง Protocol Data Model Alignment — รหัสสินค้า, รหัสเครื่องจักร, หน่วยวัด ต้อง Map ให้ตรงกันทั้ง 3 ระบบ Architecture สำหรับ Integration ยุคใหม่ แนวทางที่แนะนำคือ API Gateway + Message Bus: SCADA → MES — ใช้ OPC UA…
Read More
PAC (Programmable Automation Controller): เมื่อ PLC ไม่พอต่อ Smart Factory ยุคใหม่

PAC (Programmable Automation Controller): เมื่อ PLC ไม่พอต่อ Smart Factory ยุคใหม่

Article
PAC (Programmable Automation Controller) คืออะไร? เมื่อ PLC ไม่พอต่อความต้องการของ Smart Factory ในยุค Industry 4.0 ระบบควบคุมแบบดั้งเดิมอย่าง PLC (Programmable Logic Controller) เริ่มไม่เพียงพอต่อความซับซ้อนของ Smart Factory ที่ต้องการความเร็วสูง การสื่อสารหลายโปรโตคอล และการประมวลผลข้อมูลขนานควบคู่ไปด้วย PAC (Programmable Automation Controller) จึงถือกำเนิดขึ้นมาเป็นทางเลือกที่ทรงพลังกว่า PAC ถูกนิยามครั้งแรกโดย Arc Advisory Group ในปี 2001 ว่าเป็นระบบควบคุมที่ผสานความสามารถของ PLC (ความน่าเชื่อถือ, Real-time) เข้ากับ PC-based Control (ความยืดหยุ่น, Processing Power) ตลาด PAC ทั่วโลกมีมูลค่ากว่า $6.8 พันล้าน ในปี 2025 ความแตกต่างระหว่าง PLC vs PAC vs PC-based Control Feature PLC PAC PC-based Control Programming Ladder Logic, Structured Text IEC 61131-3 ทุกภาษา + C/C++ C/C++, Python, .NET Real-time Performance ✅ Deterministic (1-10ms) ✅ Deterministic (0.1-1ms) ⚠️ Soft Real-time Motion Control ต้องเพิ่ม Module ✅ ในตัว (Multi-axis) ✅ ผ่าน Software Communication Modbus, EtherNet/IP Modbus, OPC UA, MQTT, EtherCAT, PROFINET Ethernet, REST API, WebSocket Data Processing พื้นฐาน ขั้นสูง (FFT, Math, Logging) Full PC Power Reliability ⭐⭐⭐⭐⭐ ⭐⭐⭐⭐ ⭐⭐⭐ Price Range $500-5,000 $2,000-15,000…
Read More

OPC UA: มาตรฐานการสื่อสารที่ช่วยเชื่อมต่อระบบ OT กับ IT ในโรงงาน

Article
OPC UA คืออะไร? OPC Unified Architecture (UA) คือมาตรฐานการสื่อสารที่พัฒนาโดย OPC Foundation เพื่อเป็น "ภาษาสากล" ของระบบอุตสาหกรรม ต่างจากโปรโตคอลดั้งเดิมอย่าง Modbus, Profibus หรือ EtherNet/IP ที่แต่ละยี่ห้อใช้ภาษาเฉพาะตัว OPC UA ถูกออกแบบมาให้เป็น open standard ที่ทุกอุปกรณ์ — ไม่ว่าจะเป็น PLC ยี่ห้อใดก็ตาม — สามารถสื่อสารกันได้โดยไม่ต้องพึ่ง gateway หรือ middleware เฉพาะทาง จุดเด่นสำคัญของ OPC UA คือ platform independence — ทำงานได้ทั้งบน Windows, Linux, หรือแม้แต่ embedded system ที่มี RAM เพียง 50 KB นี่เป็นข้อได้เปรียบมหาศาลเมื่อเทียบกับ OPC Classic ที่ต้องอาศัย COM/DCOM ของ Windows แต่เดิม ทำไม OPC UA ถึงเหมาะกับ IIoT มากกว่าโปรโตคอลดั้งเดิม ในโรงงานอัจฉริยะยุคใหม่ ระบบ Operational Technology (OT) ต้อง "คุย" กับระบบ Information Technology (IT) ได้อย่างไร้รอยต่อ — ไม่ว่าจะเป็น SCADA, MES, ERP หรือ cloud analytics platform โปรโตคอลดั้งเดิมถูกออกแบบมาเพื่อการสื่อสารภายในโรงงานเท่านั้น พวกมันไม่มี security model ที่เพียงพอ และไม่รองรับ semantic information (ข้อมูลที่มีความหมายในตัว) OPC UA แก้ปัญหานี้ด้วยการออกแบบที่ครอบคลุม: หน่วยข้อมูลที่ซับซ้อน: ไม่ใช่แค่ 0/1 หรือตัวเลข แต่รองรับ alarm, event, historical data และ complex data types Transport layer ที่ยืดหยุ่น: ใช้ได้ทั้ง TCP/IP แบบดั้งเดิม และ MQTT/AMQP สำหรับ IIoT use cases Built-in security: มี encryption (AES-256),…
Read More
ความปลอดภัยทางไซเบอร์สำหรับ IIoT: กลยุทธ์ป้องกันโรงงานอัจฉริยะยุคใหม่

ความปลอดภัยทางไซเบอร์สำหรับ IIoT: กลยุทธ์ป้องกันโรงงานอัจฉริยะยุคใหม่

Article
ในยุคที่โรงงานอัจฉริยะ (Smart Factory) กลายเป็นมาตรฐานใหม่ของอุตสาหกรรมการผลิต ระบบ Industrial Internet of Things (IIoT) ที่เชื่อมต่อเครื่องจักร ซัพพลายเออร์ และพนักงานเข้าด้วยกัน กลับกลายเป็นเป้าหมายหลักของการโจมตีทางไซเบอร์มากขึ้นทุกวัน รายงานจาก IBM ปี 2024 ระบุว่าภาคอุตสาหกรรมการผลิตถูกโจมตีมากเป็นอันดับ 3 ของโลก โดยค่าเสียหายเฉลี่ยต่อเหตุการณ์สูงถึง 4.4 ล้านเหรียญสหรัฐทำไม IIoT ถึงเป็นเป้าโจมตีหลัก?ระบบ IIoT ในโรงงานต่างจาก IT ทั่วไปตรงที่อุปกรณ์จำนวนมากถูกออกแบบมาใช้งานวงจรการผลิต (Operational Technology หรือ OT) ซึ่งมีอายุการใช้งานยาวนาน 10-20 ปี ทำให้มักไม่ได้รับการอัปเดตความปลอดภัยเท่าที่ควร อุปกรณ์เหล่านี้รวม PLCs (Programmable Logic Controllers), SCADA, เซ็นเซอร์วัดอุณหภูมิและความดัน และหุ่นยนต์อุตสาหกรรมตัวอย่างเช่น เหตุการณ์ Colonial Pipeline ในปี 2021 ที่ท่อส่งน้ำมันเชื้อเพลิงของสหรัฐฯ ต้องหยุดทำงาน 6 วัน สูญเสียมูลค่ากว่า 5 ล้านเหรียญสหรัฐ จากการโจมตีผ่านระบบ VPN ที่ไม่มี Multi-Factor Authentication หรือกรณี Triton/Trisis ที่มุ่งเป้าโจมตีระบบ Safety Instrumented System (SIS) โดยตรงกลยุทธ์ป้องกัน 5 ขั้นตอน1. Zero Trust Architectureหลักการ "Never Trust, Always Verify" กลายเป็นแนวทางหลักในการป้องกันระบบ IIoT แทนที่จะเชื่อมต่อภายในเครือข่ายที่ปลอดภัยโดยอัตโนมัติ ทุกการเข้าถึงต้องได้รับการยืนยัน การแบ่งเครือข่าย (Network Segmentation) ด้วย Industrial Demilitarized Zone (IDMZ) ช่วยป้องกันไม่ให้การโจมตีข้ามจาก IT ไปยัง OT ได้2. Deep Packet Inspection บน Industrial Protocolโปรโตคอลอุตสาหกรรมอย่าง Modbus TCP/IP, OPC UA และ EtherNet/IP มีโครงสร้างที่แตกต่างจาก HTTP ทำให้ IDS/IPS ทั่วไปไม่สามารถตรวจจับได้ การใช้ DPI ที่เข้าใจโปรโตคอลเหล่านี้โดยเฉพาะจะช่วยตรวจจับคำสั่งผิดปกติ เช่น การเปลี่ยน parameter ของ PLC โดยไม่ได้รับอนุญาต3. Secure Boot และ Firmware Integrityอุปกรณ์ IIoT จำเป็นต้องมีกลไก…
Read More
SCADA สู่ IoT: การยกระดับระบบควบคุมอุตสาหกรรมสู่ยุคดิจิทัล

SCADA สู่ IoT: การยกระดับระบบควบคุมอุตสาหกรรมสู่ยุคดิจิทัล

Article
ระบบ SCADA (Supervisory Control and Data Acquisition) เป็นหัวใจหลักของการควบคุมโรงงานมาตั้งแต่ทศวรรษ 1970 แต่ระบบ SCADA รุ่นเก่าหลายระบบยังคงทำงานบนโปรโตคอลและฮาร์ดแวร์ที่ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อเชื่อมต่อกับโลกดิจิทัล การยกระดับ SCADA ให้รองรับ IoT จึงเป็นความท้าทายที่ผู้ประกอบการไทยต้องเผชิญในการแข่งขันยุค Industry 4.0ความท้าทายของ SCADA รุ่นเก่าSCADA ดั้งเดิมถูกออกแบบมาเพื่อการทำงานแบบ Isolated Network ไม่มีการเข้ารหัสข้อมูล การยืนยันตัวตนที่เข้มงวด หรือการเชื่อมต่อกับระบบ Cloud ทำให้เมื่อต้อง Modernize ต้องเผชิญกับความท้าทายหลายประการปัญหาสำคัญคือ Protocol ที่ไม่รองรับ IP เช่น Modbus RTU ที่ใช้ RS-485 ซึ่งต้องมี Gateway แปลงข้อมูลก่อน อีกปัญหาคือ Legacy Hardware ที่ไม่สามารถรับการอัปเดต firmware ได้ รวมถึงความเสี่ยงจากการหยุดระบบ (Downtime) ที่มักส่งผลกระทบต่อการผลิตโดยตรง3 แนวทางการยกระดับ SCADAแนวทางที่ 1: Edge Gateway + Cloud Integrationติดตั้ง IoT Edge Gateway ที่ทำหน้าที่เป็นตัวกลางระหว่างระบบ SCADA เดิมกับ Cloud Platform โดย Gateway จะรวบรวมข้อมูลจาก PLC และ RTU ผ่านโปรโตคอลอุตสาหกรรม แปลงเป็น MQTT หรือ OPC UA แล้วส่งไปยัง Azure IoT Hub, AWS IoT Core หรือ Google Cloud IoTข้อดีของแนวทางนี้คือไม่ต้องแก้ไขระบบ SCADA เดิมมาก สามารถเริ่มจากจุดเดียวแล้วขยายได้ ตัวอย่างเช่น โรงงานผลิตยาในกรุงเทพฯ ที่ใช้ Edge Gateway เชื่อมต่อ SCADA รุ่น 15 ปีกับ Power BI Dashboard สำหรับ Real-time monitoringแนวทางที่ 2: IIoT Platform บน Edgeใช้แพลตฟอร์มอย่าง Predictive Maintenance as a Service ที่ติดตั้งบน Edge Device ใกล้เครื่องจักร ระบบจะเรียนรู้ Pattern การทำงานปกติของเครื่องจักร และส่ง Alert เมื่อพบความผิดปกติ โดยไม่ต้องส่งข้อมูลดิบทั้งหมดไปยัง…
Read More