Case Study: การใช้ SLS (Selective Laser Sintering) ผลิตท่อลมอากาศยาน — ลดชิ้นส่วนจาก 12 เป็น 1 ชิ้น ลดน้ำหนัก 35%
บทนำ: เมื่อการผลิตแบบเดิมไม่ตอบโจทย์รูปทรงซับซ้อน ในอุตสาหกรรมการบินและอวกาศ ระบบปรับอากาศ (Environmental Control System) และระบบท่อลม (air ducting) เป็นชิ้นส่วนที่จำเป็นต้องมีรูปทรงโค้งซับซ้อนเพื่อหลีกเลี่ยงชิ้นส่วนอื่นในเครื่องบิน การผลิตท่อลมแบบดั้งเดิมมักใช้วิธี Rotational Molding หรือ ประกอบชิ้นส่วนหลายชิ้นเข้าด้วยกัน (multi-part assembly) ซึ่งมีข้อจำกัดทั้งด้านเวลาผลิต น้ำหนัก และจุดที่อาจรั่วซึมที่แอ่นต่อ บทความนี้นำเสนอ Case Study การใช้เทคโนโลยี SLS (Selective Laser Sintering) — กระบวนการ Powder Bed Fusion สำหรับพอลิเมอร์ — เพื่อผลิตท่อลมที่มีรูปทรงซับซ้อนเป็นชิ้นเดียว โดยลดจำนวนชิ้นส่วนจาก 12 ชิ้นเหลือเพียง 1 ชิ้น และลดน้ำหนักได้ถึง 35% เทียบกับวิธีการผลิตเดิม ปัญหา (Problem): ข้อจำกัดของการผลิตท่อลมแบบเดิม ท่อลมในเครื่องบินโดยสารรุ่นเก่าถูกผลิตจาก วัสดุคอมโพสิตหลายชั้นประกอบกัน ประกอบด้วยชิ้นส่วนแยกกันถึง 12 ชิ้น ซึ่งต้องใช้คลังยา (sealant) และฟาสเตนเนอร์ (fastener) เชื่อมต่อกัน ปัญหาที่เกิดขึ้นมีดังนี้: น้ำหนักมาก — ชิ้นส่วนคอมโพสิตและแอ่นต่อเพิ่มน้ำหนักรวมกว่า 2.5 กก. ต่อชุด จุดรั่วซึม — แอ่นต่อระหว่างชิ้นส่วนเป็นจุดอ่อนที่อากาศร้อน (200°C) รั่วซึมได้ Lead Time ยาวนาน — การผลิต Rotational Molding ต้องทำแม่พิมพ์เฉพาะ ใช้เวลา 6–8 สัปดาห์ต่อการออกแบบใหม่ ไม่ยืดหยุ่นต่อการปรับเปลี่ยน Design — การเปลี่ยนรูปทรงแม้เล็กน้อยต้องทำแม่พิมพ์ใหม่ทั้งหมด ต้นทุนสูงในปริมาณการผลิตต่ำ — แม่พิมพ์เฉพาะมีราคาสูงแต่ใช้ผลิตได้จำนวนจำกัด SLS คืออะไร — เทคโนโลยีที่นำมาใช้แก้ปัญหา แผนภาพหลักการ SLS: เลเซอร์ CO2 sinter ผงพอลิเมอร์ (เช่น PA12) ทีละชั้นบน powder bed ที่ให้ความร้อนล่วงหน้า ผงที่ไม่ถูก sinter จะทำหน้าที่เป็น support โดยธรรมชาติ (ที่มา: Wikimedia Commons, CC BY-SA) SLS (Selective Laser Sintering) จัดอยู่ในกลุ่ม Powder Bed Fusion ตามมาตรฐาน ISO/ASTM 52900 ใช้เลเซอร์ CO2 (ความยาวคลื่น 10.6 µm)…








