MQTT vs REST API: ทำไม MQTT ถึงเป็นมาตรฐานการสื่อสารใน IIoT

MQTT vs REST API: ทำไม MQTT ถึงเป็นมาตรฐานการสื่อสารใน IIoT

Article
ทำไมต้องสนใจเรื่องโปรโตคอลการสื่อสาร? ถ้าคุณเป็นเจ้าของโรงงานหรือวิศวกรที่กำลังจะเอา IoT เข้ามาใช้ในการผลิต สิ่งที่ต้องตัดสินใจตั้งแต่แรกๆ เลยก็คือ “จะให้เครื่องมันคุยกันยังไง” — คำตอบนี้ส่งผลต่อทุกอย่างตั้งแต่ความเร็วในการรับส่งข้อมูล ไปจนถึงค่าใช้จ่ายในการดูแลระบบ วันนี้เล่าให้ฟังเรื่อง MQTT กับ REST API สองตัวเลือกที่ใช้กันมากในโลก IIoT ว่าแต่ละตัวมันต่างกันยังไง และทำไมเดี๋ยวนี้หลายโรงงานถึงเลือกใช้ MQTT MQTT คืออะไร? MQTT (Message Queuing Telemetry Transport) เป็นโปรโตคอลที่ออกแบบมาสำหรับเชื่อมต่ออุปกรณ์ IoT โดยเฉพาะ ถูกพัฒนาขึ้นโดยวิศวกรของ IBM ตั้งแต่ปี 1999 และกลายเป็นมาตรฐานสากลตั้งแต่ปี 2013 จนถึงตอนนี้ MQTT เป็นหนึ่งในโปรโตคอลที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลก IIoT หลักการทำงานของ MQTT MQTT ใช้หลักการที่เรียกว่า Publish/Subscribe (Pub/Sub) — พูดง่ายๆ ก็คือ อุปกรณ์ที่ส่งข้อมูล (Publisher) จะไม่ส่งตรงไปหาใคร แต่ส่งไปที่ Broker ซึ่งเป็นตัวกลาง แล้ว Broker กระจายข้อมูลไปให้อุปกรณ์ที่สนใจ (Subscriber) เอง องค์ประกอบหลักๆ มีแค่ 4 ตัว: Broker — ตัวกลางที่คอยรับข้อมูลแล้วกระจายต่อ Publisher — อุปกรณ์ที่ส่งข้อมูล เช่น เซ็นเซอร์วัดอุณหภูมิ Subscriber — อุปกรณ์หรือแอปที่รับข้อมูล เช่น Dashboard, SCADA Topic — ช่องทางสำหรับส่งข้อมูล เช่น factory1/sensors/temperature ทำไม MQTT ถึงเหมาะกับงาน IIoT มากกว่า REST API? 1. ขนาดเล็ก กินแบนด์น้อยมาก MQTT มี overhead แค่ 2 bytes ต่อ message เทียบกับ REST API ที่ใช้ HTTP Header หลายร้อย bytes ขึ้นไป สำหรับอุปกรณ์ IoT ที่ใช้พลังงานต่ำและเครือข่ายจำกัด ตรงนี้สำคัญมาก 2. Push-based — ข้อมูลมาถึงทันที ไม่ต้องคอยถาม REST API ทำงานแบบ “ถาม-ตอบ” คือต้องไปขอข้อมูลเรื่อยๆ (polling) ซึ่งเปลืองแบนด์และช้า MQTT จะส่งข้อมูลไปให้ทันทีเมื่อมีการเปลี่ยนแปลง ไม่ต้องคอยถาม 3.…
Read More
การติดตั้ง Raspberry Pi OS + Config Enable SSH + Static IP / Fix IP

การติดตั้ง Raspberry Pi OS + Config Enable SSH + Static IP / Fix IP

Article
สวัสดีครับ ขอแนะนำการติดตั้ง Raspberry Pi OS นะครับ ซึ่งจะต้องเตรียมการเบื้องต้นดังนี้ 1.Raspberry Pi พร้อม Power Supply 2.SD Card แนะนำ 16G หรือ 32G3.ดาวน์โหลดไฟล์ Image ของ Raspberry Pi OS ( https://www.raspberrypi.org/downloads/raspberry-pi-os/ )4.ดาวน์โหลดโปรแกรมสำหรับ install Raspberry Pi OS ลงบน SD Card ซึ่งแนะนำ 2 โปรแกรมคือRaspberry Pi Imager ( https://www.raspberrypi.org/downloads/ ) หรือEther ( https://www.balena.io/etcher/ ) เตรียมการเรียบร้อยแล้ว ขั้นต่อไปเราจะเริ่มทำการติดตั้งนะครับ Image ลงบน SD Card นะครับ ขั้นตอนการติดตั้ง Image File ลงบน SD Card เปิดโปรแกรม Etcher หรือ โปรแกรม Raspberry Pi Imager ขึ้นมา หากเป็นโปรแกรม Etcher จะได้ดังนี้ หากเป็นโปรแกรม Raspberry Pi Imager จะได้ดังนี้ ซึ่งทั้ง 2 โปรแกรมจะคล้ายกันมาก เลือกโปรแกรมไหนก็ได้ โดยการ 1.เลือก Image File 2.เลือก SD Card 3.Flash/Write รอจนกว่าจะเสร็จ หลังจากเสร็จแล้วนั้น ให้ถอดและเสียบ SD Card อีกครั้งเพื่อ Config ไฟล์บน SD Card สำหรับการ Config Enable SSH Service เข้าไปยัง SD Card แล้วสร้างไฟล์ใหม่ชื่อ ssh ดังนี้ 1.สร้างไฟล์ใหม่เป็น Text Document แล้วเราจะเปลี่ยนชื่อไฟล์ใหม่ 2.เปลี่ยนชื่อไฟล์ที่สร้างมาใหม่ให้เป็น ssh และจะต้องไม่มีนามสกุลไฟล์ เพียงเท่านี้เราก็ Enable SSH Service เรียบร้อยแล้ว สำหรับการ Static IP หรือ Fix IP เราสามารถทำได้ง่ายๆ ผ่านขั้นตอน Setup Image File…
Read More