SLA (Stereolithography): เทคโนโลยีพิมพ์สามมิติด้วยเลเซอร์ UV ที่สร้างชิ้นส่วนความละเอียดระดับไมโครเมตร
SLA คืออะไร — เทคโนโลยีพิมพ์สามมิติที่เก่าแก่ที่สุดที่ยังใช้งานอยู่ Stereolithography หรือ SLA คือเทคโนโลยีการพิมพ์สามมิติ (Additive Manufacturing) ที่ถูกคิดค้นขึ้นในปี 1983 โดย Chuck Hull และได้รับสิทธิบัตรในปี 1986 นับเป็นเทคโนโลยี 3D printing แบบแรกของโลกที่ยังคงใช้งานในอุตสาหกรรมจนถึงทุกวันนี้ ภายใต้มาตรฐาน ISO/ASTM 52900 กระบวนการนี้จัดอยู่ในกลุ่ม Vat Photopolymerization ซึ่งใช้แสงเลเซอร์ในย่าน Ultraviolet (UV) เพื่อกระตุ้นปฏิกิริยา photopolymerization ทำให้เรซินโพลีเมอร์เหลวเปลี่ยนสถานะเป็นของแข็งทีละชั้น จุดเด่นที่ทำให้ SLA ยังคงได้รับความนิยมในอุตสาหกรรมคือ ความละเอียดและความเรียบของพื้นผิว ที่เหนือกว่าเทคโนโลยี FDM และ SLS อย่างชัดเจน โดย SLA สามารถพิมพ์ชิ้นส่วนที่มีความสูงชั้น (layer thickness) เล็กเพียง 25 ไมโครเมตร (0.025 มม.) และความละเอียดในแนวราบ (XY resolution) ตั้งแต่ 25–65 ไมโครเมตร ขึ้นกับขนาดจุดเลเซอร์ (laser spot size) หลักการทำงานของ SLA — Vat Photopolymerization แผนภาพหลักการทำงานของ SLA: เลเซอร์ UV ส่องผ่านกระจก galvanometer เพื่อ scan หน้าตัดของชิ้นส่วนบนผิวเรซินเหลว ทำให้เกิดปฏิกิริยา photopolymerization เป็นของแข็งทีละชั้น (ที่มา: Wikimedia Commons, CC BY-SA) กระบวนการ SLA แบ่งออกเป็นขั้นตอนหลักดังนี้: การเตรียมเรซิน — เทเรซินโพลีเมอร์เหลว (photopolymer) ลงในถาด (vat) ที่มีความลึกประมาณ 100–200 มม. การ scan ด้วยเลเซอร์ UV — แสงเลเซอร์ (ความยาวคลื่น 355 nm สำหรับระบบอุตสาหกรรม หรือ 405 nm สำหรับระบบ desktop) ถูกส่งผ่านกระจก galvanometer mirror เพื่อ scan หน้าตัด (cross-section) ของชิ้นส่วนบนผิวเรซิน เกิดปฏิกิริยา polymerization เป็นชั้นบาง ๆ การเคลื่อนแท่นพิมพ์ — หลังเสร็จแต่ละชั้น แท่นพิมพ์ (build platform) จะเคลื่อนที่ตามความสูงของชั้น…








